เจาะลึกเทคนิคการตัดและขึ้นรูปสแตนเลสสร้างชิ้นงานแบบมืออาชีพ

Water Jet Technology
เทคโนโลยี Water Jet ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างไร?
มีนาคม 26, 2025
Hairline and glossy stainless steel.
สแตนเลสผิวแฮร์ไลน์และผิวเงา เลือกผิว สแตนเลสแบบไหนให้เหมาะสมกับการใช้งาน?
มีนาคม 26, 2025
Water Jet Technology
เทคโนโลยี Water Jet ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างไร?
มีนาคม 26, 2025
Hairline and glossy stainless steel.
สแตนเลสผิวแฮร์ไลน์และผิวเงา เลือกผิว สแตนเลสแบบไหนให้เหมาะสมกับการใช้งาน?
มีนาคม 26, 2025

การตัดและขึ้นรูปแผ่นสแตนเลสเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตชิ้นงานสแตนเลส ซึ่งต้องเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีความถูกต้องและแม่นยำ ในบทความนี้ เราจะไปทำความรู้จักกับประเภทและเทคนิคการตัดและขึ้นรูปแผ่นสแตนเลสที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

1. การตัดแผ่นสแตนเลส

การตัดแผ่นสแตนเลสสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยการใช้งานนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะงานและขนาดของแผ่นสแตนเลสที่ต้องการตัดเป็นสำคัญ ดังนี้

1.1 การตัดด้วยเลเซอร์ (Laser Cutting)

การตัดด้วยเลเซอร์เป็นการใช้ลำแสงเลเซอร์ที่มีความร้อนสูงในการตัดแผ่นสแตนเลส การตัดด้วยวิธีนี้มีความแม่นยำสูงและสามารถตัดรูปทรงที่ซับซ้อนได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถตัดแผ่นสแตนเลสที่มีการเคลือบผิวโดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับผิวงานได้อีกด้วย ซึ่งในการตัดด้วยเลเซอร์นั้นมีเทคนิคที่สำคัญ ดังนี้ 

  • การเลือกชนิดของเลเซอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน 
  • การตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ (Laser Power) ให้เหมาะสมกับความหนาของสแตนเลส 
  • การเลือกความเร็วในการตัด (Cutting Speed) ที่เหมาะสม
  • การเลือกประเภทของก๊าซ (Assist Gas) ตามความเหมาะสมกับแผ่นสแตนเลสนั้น เช่น ก๊าซออกซิเจน ใช้ในการตัดแผ่นสแตนเลสที่หนา เพื่อเพิ่มการละลายของวัสดุและช่วยให้การตัดรวดเร็วขึ้น 
  • การตั้งค่าความสูงของหัวเลเซอร์ (Focal Length) ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความหนาของแผ่นสแตนเลส 

E.I.S ให้บริการงานตัดสแตนเลสด้วยเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยให้การตัดแผ่นสแตนเลสมีความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว สามารถตัดสแตนเลสที่มีความหนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถตัดสแตนเลสที่มีการเคลือบผิวโดยที่ผิวงานยังคงไม่เสียหายได้อีกด้วย

 

1.2 การตัดด้วยน้ำ (Water Jet Cutting)

เป็นการตัดสแตนเลสด้วยน้ำแรงดันสูงซึ่งไม่ทำเกิดความร้อนจากการตัด จึงไม่ทำให้แผ่นสแตนเลสเสียรูปทรง เหมาะกับการตัดสแตนเลสที่มีความหนา ซึ่งการตัดสแตนเลสด้วยน้ำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพนั้นมีเทคนิคเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  • การเลือกชนิดของน้ำ ในการตัดสแตนเลสโดยทั่วไปจะใช้น้ำที่มีความบริสุทธิ์สูง หากต้องการเพิ่มความสามารถในการตัดวัสดุมากขึ้น ควรเติมสารขัด (Abrasive) เช่น อัลมอนด์, อะลูมิเนียมออกไซด์ หรือกากเพชรลงไป
  • การตั้งค่าความดันน้ำให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้การตัดมีความถูกต้อง แม่นยำยิ่งขึ้น
  • การเลือกหัวตัดและขนาดรูให้เหมาะสมกับงานในแต่ละประเภท
  • การตัดด้วยน้ำต้องมีการปรับความเร็วให้เหมาะสมกับความหนาของสแตนเลสด้วย
  • การควบคุมการเคลื่อนที่ของหัวตัด เพื่อให้ได้การตัดที่ถูกต้อง แม่นยำ   ไม่ทำให้ขอบตัดเป็นรอย ต้องมีการควบคุมการเคลื่อนที่ของหัวตัดอย่างแม่นยำ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมเครื่องจักรในการตัด เป็นต้น

E.I.S ให้บริการงานตัดสแตนเลสด้วยเทคโนโลยี Water Jet ที่มีประสิทธิภาพสูง ผลิตชิ้นงานที่มีความละเอียด ถูกต้อง และแม่นยำ รองรับการตัดสแตนเลสที่มีความซับซ้อน ตอบโจทย์ในทุกงานอุตสาหกรรม ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์และการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

2. การขึ้นรูปแผ่นสแตนเลส

การขึ้นรูปแผ่นสแตนเลสเป็นกระบวนการที่สำคัญในอุตสาหกรรม โดยสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการพับ การเชื่อม หรือการม้วน ซึ่งแต่ละวิธีจะมีเทคนิคและเครื่องมือที่แตกต่างกันไป ดังนี้

 

2.1 การพับ (Bending)

การพับแผ่นสแตนเลสเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงแผ่นสแตนเลสให้ได้รูปทรงที่ต้องการ โดยมักจะใช้ในงานที่ต้องการการดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยนลักษณะของแผ่นสแตนเลส เช่น การทำชิ้นส่วนโครงสร้าง การสร้างแผ่นโลหะสำหรับท่อหรือการผลิตอุปกรณ์ที่มีความแข็งแรงและทนทาน 

 

เทคนิคการขึ้นรูปสแตนเลสด้วยการพับ 

  • การเลือกเครื่องพับที่มีระบบควบคุมแรงกดจะช่วยให้การพับแผ่นสแตนเลสมีความแม่นยำสูงขึ้น การควบคุมแรงกดอย่างแม่นยำช่วยลดการเกิดการแตกหักหรือการยืดขยายที่ไม่ต้องการในแผ่นสแตนเลสได้
  • การเลือกแม่พิมพ์ที่เหมาะสมกับลักษณะการพับแผ่นสแตนเลส แม่พิมพ์ที่ดีจะช่วยให้การพับออกมาได้รูปทรงที่แม่นยำและไม่มีรอยบิดเบี้ยว นอกจากนี้แม่พิมพ์ที่มีคุณภาพยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายแก่สแตนเลสได้อีกด้วย
  • การควบคุมความเร็วในการพับ ความเร็วในการพับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องควบคุมอย่างระมัดระวัง การควบคุมความเร็วให้เหมาะสมกับชนิดและความหนาของแผ่นจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • การใช้วัสดุหล่อลื่น (Lubrication) ในระหว่างกระบวนการพับแผ่นสแตนเลสช่วยลดการเสียดทานระหว่างแผ่นสแตนเลสและแม่พิมพ์ ซึ่งจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วน รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการทำให้สแตนเลสเกิดความเสียหายได้
  • การพับแผ่นสแตนเลสที่มีความหนามักต้องใช้เทคนิคพิเศษ เช่น การใช้แรงกดสูงหรือการพับในหลายขั้นตอน ซึ่งจะช่วยให้ได้มุมที่ชัดเจนและไม่ทำให้แผ่นสแตนเลสเกิดการแตกหักหรือเสียรูป นอกจากนี้ การใช้แม่พิมพ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแผ่นสแตนเลสที่หนายังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพับอีกด้วย

 

E.I.S ให้บริการการพับ (Bending) แผ่นสแตนเลสที่มีคุณภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยในการพับแผ่นสแตนเลสให้ได้รูปทรงตามความต้องการ โดยให้บริการพับแผ่นสแตนเลส ทุกขนาดและความหนา ด้วยความแม่นยำสูง และคุณภาพระดับมืออาชีพ

 

Welding  

2.2 การเชื่อม (Welding)

การเชื่อมสแตนเลสเป็นกระบวนการที่สำคัญในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆ ของชิ้นงานสแตนเลส ซึ่งมักจะใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักร การก่อสร้าง และการผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการวัสดุที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและความแข็งแรงสูง การเชื่อมแผ่นสแตนเลสสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเชื่อม TIG, MIG หรือการเชื่อมจุด (Spot Welding) ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้ทักษะและเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อให้ได้การเชื่อมที่แข็งแรงและไม่ทำให้ผิวงานเสียหายหรือเกิดการแตกร้าว

 

เทคนิคการขึ้นรูปสแตนเลสด้วยการเชื่อม 

  • ควรเลือกวิธีการเชื่อมที่เหมาะสม เช่น TIG Welding (Tungsten Inert Gas) ใช้สำหรับการเชื่อมที่ต้องการความแม่นยำสูง MIG Welding (Metal Inert Gas) ใช้สำหรับงานที่ต้องการความเร็วในการเชื่อม เป็นต้น
  • ควรเลือกขนาดและชนิดของลวดเชื่อมให้ตรงกับประเภทของสแตนเลสและวิธีการเชื่อมที่ใช้ และควรเลือกลวดเชื่อมที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมเพื่อให้มีคุณสมบัติการเชื่อมที่ดีและทนทานต่อการกัดกร่อน
  • ควรตั้งค่ากำลังไฟฟ้าและความเร็วในการเชื่อมให้เหมาะสมกับการเชื่อมในแต่ละวิธี เช่น การเชื่อม TIG Welding ที่มีความหนาของสแตนเลส 1 มม. ถึง 3 มม. ใช้กำลังไฟประมาณ 50-150 แอมป์ เป็นต้น 
  • ก่อนทำการเชื่อมสแตนเลส ควรมีการเตรียมพื้นผิวให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดให้ปราศจากสิ่งสกปรก การขัดผิวเพื่อลดการเกิดออกซิเดชั่นที่จุดเชื่อมและช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการเชื่อม เป็นต้น
  • การควบคุมการเย็นตัว (Cooling) เป็นการควบคุมอุณหภูมิหลังจากการเชื่อมเช่น การใช้แผ่นโลหะหนาหรือการใช้วิธีการหล่อเย็นเพื่อให้ความร้อนกระจายออกไปอย่างเหมาะสมและลดการเปลี่ยนรูปของวัสดุ
  • การป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นในจุดเชื่อมเป็นสิ่งสำคัญ โดยการใช้ก๊าซป้องกัน เช่น อาร์กอน, คาร์บอนไดออกไซด์, หรือก๊าซผสม (Ar/CO2) จะช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นที่จุดเชื่อม นอกจากนี้ การใช้ Back Purging หรือการใช้ก๊าซป้องกันทั้งสองด้านของการเชื่อมจะช่วยลดการเกิดออกซิเดชั่นในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
  • หลังจากการเชื่อมเสร็จสิ้น ควรทำการตรวจสอบคุณภาพของการเชื่อม เช่น การทดสอบด้วยการดูรอยร้าว การตรวจสอบความแข็งแรง และการทดสอบการทนทานต่อการกัดกร่อน
  • ควรควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมในการเชื่อมสแตนเลสเพื่อป้องกันไม่ให้สแตนเลสเกิดการเสียหายจากความร้อนสะสมที่เกิดจากการเชื่อม

 

 

E.I.S ให้บริการเชื่อมสแตนเลสด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างชิ้นงานการเชื่อมสแตนเลสที่มีความแข็งแรงและคงทน ด้วยหลายเทคนิคการเชื่อม ไม่ว่าจะเป็น TIG, MIG และการเชื่อมอาร์ค (Stick Welding) เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและความต้องการเฉพาะของลูกค้า โดยเน้นการผลิตชิ้นงานที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูงสุด

 

 

2.3 การม้วนแผ่นสแตนเลส

คือ กระบวนการที่ใช้ในการเปลี่ยนแผ่นสแตนเลสให้มีความหนาและรูปร่างที่ต้องการผ่านเครื่องจักรที่เรียกว่า "เครื่องม้วน" หรือ "rolling mill" ซึ่งจะทำการบีบและดึงสแตนเลสให้มีความบางลงและสามารถม้วนให้เป็นรูปม้วน (coil) หรือใช้ในการผลิตสินค้าอื่นๆ เช่น ท่อ หรือแผ่นที่มีขนาดเฉพาะตามการใช้งาน กระบวนการนี้สามารถทำได้ทั้งในแบบ "Hot rolling" (การม้วนร้อน) และ "Cold rolling" (การม้วนเย็น) ซึ่งแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน

 

เทคนิคการขึ้นรูปสแตนเลสด้วยการม้วน

  • การเลือกใช้เครื่องม้วนที่ปรับตามลักษณะของแผ่นสแตนเลสได้ (Adjustable Rolling Machines) เช่น ความหนาและความกว้างของแผ่น จะช่วยให้การม้วนทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เครื่องม้วนเหล่านี้มักจะมีระบบควบคุมที่สามารถตั้งค่าได้อย่างละเอียด โดยที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถปรับแต่งค่าตามความต้องการได้
  • การควบคุมการหมุนของแผ่นสแตนเลสให้มีความสม่ำเสมอในระหว่างการม้วน โดยการหมุนแผ่นในทิศทางที่เหมาะสมช่วยให้สามารถม้วนแผ่นให้ได้รูปร่างที่ต้องการ และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผลิตอีกด้วย
  • การใช้อุณหภูมิที่เหมาะสม (Controlled Temperature Rolling) จะช่วยให้สแตนเลสคงความแข็งแรงและยืดหยุ่นในระหว่างการม้วนได้
  • การใช้เทคนิคการม้วนแผ่นสแตนเลสโดยใช้ลูกกลิ้งที่มีลักษณะพิเศษที่สามารถเลื่อนได้เพื่อช่วยให้แผ่นสแตนเลสมีความโค้งในลักษณะที่เรียบเนียน โดยทั่วไปแล้ว การใช้เทคนิคนี้จะเหมาะสำหรับแผ่นสแตนเลสที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลางและต้องการความละเอียดในการม้วนสูง
  • การใช้ลูกกลิ้งที่มีการเคลือบสารหล่อลื่นพิเศษเพื่อช่วยให้กระบวนการม้วนดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและลดการเกิดความเสียหายที่แผ่นสแตนเลสได้เป็นอย่างดี 
  • การม้วนแบบปรับตามรูปทรง (Shape Adjusting Rolling) เพื่อให้ได้ความโค้งหรือรูปร่างที่ต้องการอย่างแม่นยำ เทคนิคนี้มักใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนที่มีรูปร่างซับซ้อน หรือชิ้นงานที่ต้องการรูปทรงพิเศษ เป็นต้น 
  • การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เซ็นเซอร์หรือกล้องตรวจสอบคุณภาพของแผ่นสแตนเลสในระหว่างกระบวนการม้วน เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถตรวจจับความผิดปกติหรือความผิดพลาดในรูปทรงของแผ่นสแตนเลสได้ทันที ซึ่งช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะเสร็จสมบูรณ์

 

E.I.S ให้บริการม้วนแผ่นสแตนเลสด้วยเทคโนโลยีทันสมัย โดยมีบริการม้วนแผ่น สแตนเลสทุกขนาดและความหนา เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีความแม่นยำและทนทานสูง พร้อมการควบคุมคุณภาพโดยช่างผู้มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี

 

สรุป 

การตัดและขึ้นรูปแผ่นสแตนเลสเป็นกระบวนการที่ต้องเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับลักษณะของงาน โดยต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของสแตนเลส ความหนา รวมถึงความแม่นยำที่ต้องการ เทคนิคการตัดด้วยเลเซอร์ น้ำ รวมถึงการขึ้นรูปด้วยการพับ การม้วน และการเชื่อม ล้วนเป็นเทคนิคที่สำคัญในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตแผ่นสแตนเลส โดยแต่ละเทคนิคมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป การเลือกใช้เทคนิคการตัดและขึ้นรูปแผ่นสแตนเลสที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการผลิตชิ้นงานที่มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด.